เกี่ยวกับ ตลาดท่าเรือ

ท่าด่าน ที่ทำการตรวจคนเข้าเมือง และด่านศุลกากร

ณ ตลาดท่าเรือ แหล่งเรียนรู้คู่ชุมชน

ตลาดท่าเรือท่าเสด็จ จังหวัดหนองคาย หนึ่งในสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญอีกแห่งหนึ่งในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ที่เต็มไปด้วยเรื่องราวอันทรงคุณค่าทางประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมที่ก่อเกิด ร้อยเรียง และเล่าขานต่อกันมานับตั้งแต่อดีต ที่ซึ่งสถานที่แห่งนี้เคยเป็นท่าเรือที่เชื่อมโยงเส้นทางสัญจรของชาวบ้านท้องถิ่นระหว่างสองฝั่งโขง อันสะท้อนถึงสายสัมพันธ์อันแน่นแฟ้นระหว่างประเทศไทยกับประเทศลาว ก่อนจะกลายมาเป็นแหล่งเรียนรู้ของชุมชนจังหวัดหนองคายในปัจจุบัน


เดิม ตลาดท่าเรือ ท่าเสด็จ มีชื่อว่า “ท่าด่าน”

เนื่องจากเป็นที่ตั้งของที่ทำการตรวจคนเข้าเมืองและด่านศุลกากร จนกระทั่ง เมื่อวันที่ 16 ธันวาคม พ.ศ. 2511 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวได้เสด็จฯ ณ อาคารท่าเรือแห่งนี้และได้ประกอบพิธีปล่อยไฟฟ้าจากเขื่อนอุบลรัตน์ ไปยังประเทศลาว ร่วมกับเจ้ามหาชีวิตพระองค์สุดท้ายของประเทศลาว บนแพกลางลำแม่น้ำโขง ชาวบ้านจึงเรียกกันว่า “ท่าเสด็จ” นับตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา และได้เปลี่ยนไปใช้สะพานมิตรภาพไทย-ลาว ในการเดินทางสัญจรแทน เมื่อวันที่ 4 เมษายน พ.ศ. 2537



ณ ตลาดท่าเรือ ท่าเสด็จ แหล่งเรียนรู้ของชุมชน

ปัจจุบัน อาคารท่าเรือแห่งนี้ได้ถูกปรับเปลี่ยน
และตกแต่งใหม่ในรูปแบบของ แหล่งเรียนรู้ของชุมชน

รวมทั้งศูนย์จำหน่ายสินค้าที่ระลึก และโอทอป (OTOP) ของจังหวัดหนองคายและภูมิภาคอื่นๆ ทั่วประเทศ รวมไปถึงผลิตภัณฑ์จากศูนย์ศิลปาชีพ โดยยังคงอนุรักษ์ไว้ซึ่งสถาปัตยกรรมอันงดงามของอาคารดั้งเดิม เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้มาเยือนทั้งคนไทยและชาวต่างชาติได้มีโอกาสศึกษาประวัติศาสตร์ของศิลปะไทย รวมทั้งสัมผัสกับเสน่ห์ของเมืองหนองคายที่เทคโนโลยีสมัยใหม่ไม่อาจหยิบยื่นให้ได้ ตั้งแต่ทิวทัศน์อันงดงามของสองฝั่งแม่น้ำโขง ไปจนถึงความมีน้ำใจและโอบอ้อมอารีของชาวท้องถิ่น


นอกจากนี้ ภายในร้านยังมีพื้นที่สำหรับการจัดแสดงนิทรรศการต่างๆ ที่บอกเล่าเรื่องราวสำคัญทางประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมได้อย่างน่าสนใจ อาทิ นิทรรศการพัสตราภรณ์ไทย นิทรรศการเครื่องแต่งกายไทย นิทรรศการภาพเสด็จพระราชดำเนินเมืองหนองคาย ที่รวบรวมภาพพระราชกรณียกิจของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ และสมเด็จพระบรมราชินีนาถ ตั้งแต่ พ.ศ. 2498 – 2520 และนิทรรศการภาพเก่าเล่าอดีต


ในขณะเดียวกัน บริเวณรอบนอกที่ติดกับริมแม่น้ำโขง นอกจากบรรยากาศที่สวยงามแล้ว ยังได้รับการตกแต่งแบบย้อนยุค ชวนให้หวนนึกถึงแง่งามการใช้ชีวิตของคนไทยในอดีตที่แช่มช้า แต่เปี่ยมสุข เช่น ซุ้มนิทรรศการไปรษณีย์ไทย พร้อมยังมีนิทรรศการขนาดย่อม ขององค์การโทรศัพท์แห่งประเทศไทยอีกด้วย


ตลาดท่าเรือท่าเสด็จ จึงไม่ใช่เพียงสถานที่ท่องเที่ยวที่สวยงามเท่านั้น แต่ยังเป็นแหล่งเรียนรู้คู่ชุมชนที่อุดมไปด้วยสาระคุณค่าทางศิลปวัฒนธรรมและประวัติศาสตร์ที่น่าสนใจอีกแห่งหนึ่ง ที่ไม่ว่าผู้ใดได้มาเยือน ก็จะได้พบกับรอยยิ้ม ได้เก็บเกี่ยวความรู้มุมมองแนวคิดของชีวิต และตกหลุมรักไปกับมนต์เสน่ห์ของจังหวัดที่น่ารักแห่งนี้ไปในที่สุด